” ไม่ว่าถิ่นที่ของคุณจะมีพื้นที่ขนาดเล็ก พื้นที่ขนาดใหญ่

ไม่ว่าที่อยู่อาศัยของคุณจะเป็นบ้านหลังใหญ่ หรือจะเป็นคอนโดหรูหรา

มีความสะดวกสบายแค่ไหน ติดแอร์เย็นฉ่ำอย่างไร

ต่…ถ้าในใจไม่ร่มเย็น ก็อาจจะไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง ”

 เราได้รับการสอนและได้เรียนรู้มาตั้งแต่เด็ก ว่าธรรมชาติมีประโยชน์ต่อมนุษย์มากมายแค่ไหน โดยเฉพาะต้นไม้อันเป็นธรรมชาติที่ใกล้ชิดกับเรามากที่สุด ในขณะที่ความเป็นจริงทุกยุคทุกสมัยต้นไม้กลับถูกทำลายลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะการนำมาซึ่งผลประโยชน์ต่าง ๆ จริง ๆ แล้วไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปอย่างไร เทคโนโลยีจะพัฒนาไปได้ไกลแค่ไหน มนุษย์กับธรรมชาติก็ไม่สามารถจะแยกการดำรงอยู่ออกจากกันได้อย่างเด็ดขาด ในทางกลับกันเราต้องพึ่งพาอาศัยธรรมชาติไปตลอดการเดินทางของชีวิต จนถึงวันที่ร่างกายดับสูญ ขณะที่ธรรมชาติยังคงทำหน้าที่ ๆ ยิ่งใหญ่ เป็นที่พึ่งพิงให้กับอีกหลาย ๆ ชีวิตได้ดำรงอยู่ต่อไป ทว่าทุกวันนี้ธรรมชาติก็ยังถูกทำลาย และไม่ได้รับการตระหนักถึงคุณค่าให้มากอย่างที่ควรจะเป็น 

โครงการปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ โดยพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล  เป็นประธานโครงการ ซึ่งนอกจากงานเผยแผ่ธรรมะ ท่านยังได้ทำงานด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟูป่าและธรรมชาติแวดล้อม โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อให้คนหันมาตระหนัก ช่วยกันอนุรักษ์ และดูแลธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า  โครงการปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ ยังเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันทำบุญเพื่อเป็นประโยชน์ต่อธรรมชาติและมนุษย์ ด้วยการปลูกต้นไม้ ปลูกป่า ไปพร้อม ๆ กับปลูกธรรมะให้เกิดขึ้นในจิตใจ เพื่อชีวิตที่มีความสุขแก่ทุกคน อย่างที่พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ได้เคยแสดงธรรมไว้ว่า…

” ถ้าเรารู้จักดูแลธรรมชาติให้ดี ทำให้เกิดความร่มรื่นของสิ่งแวดล้อม

ก็จะพบกับความเย็นกาย ซึ่งเรียกว่า เย็นกายในร่มไม้

ซึ่งจะนำไปสู่ ความสุขใจในร่มธรรมได้ “

  โครงการปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ ปี 2562  ภายใต้ชื่องาน ‘รมณีย์ที่เรา’ จัดขึ้น ณ เกาะลอย สวนลุมพินี นอกเหนือจากการรณรงค์ให้ทุกคนตระหนักถึงคุณค่าของต้นไม้แล้ว ยังเป็นการบ่งบอกถึงคนเราสามารถสร้างรมณียสถานให้เกิดความร่มเย็นขึ้นได้ในทุกพื้นที่ สำหรับคำว่ารมณีย์ พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ได้อธิบายความหมายให้ทราบว่า

“รมณีย์ ความหมายดั้งเดิม หมายถึงามสงบสงัด ร่มเย็น ร่มรื่น เป็นคำที่มีความหมายอย่างมากสำหรับชาวพุทธ เพราะเป็นสิ่งดึงดูดให้พระพุทธองค์ได้เสด็จประทับ เพื่อทำความเพียร และถ้าหากรู้จักแสวงหาเข้าถึงสถานที่รมณีย์ ก็จะทำให้เกิดความสงบในจิตใจ การทำความเพียรของเรา เพื่อการมีปัญญา เห็นในสัจธรรม ก็เป็นไปได้ ถ้าเรารู้จักดูแลธรรมชาติให้ดี ทำให้เกิดความร่มรื่นของสิ่งแวดล้อม เราก็จะพบกับความเย็นกาย อันนี้เรียกว่า เย็นกายในร่มไม้ แล้วก็จะนำไปสู่ความสุขใจในธรรมได้ ร่มธรรมทำให้เราเย็นใจ สุขในทุกที่ทุกเวลา และร่มธรรมก็จะคุ้มครองเราทุกที่ ไม่ว่าในยามสุข หรือในยามประสบกับความเจ็บป่วย ในยามมีหรือในยามเสีย ยามได้หรือยามหมด ก็ยังเป็นปกติสุขได้ เพราะว่าอยู่ใต้อารักขาของร่มธรรม ” 


พระอาจารย์ชยสาโร

การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีลูกศิษย์และผู้คนทั่วไปให้ความสนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ในส่วนพิธีเปิดงาน  พล.ร.อ.ประพฤติพร อักษรมัต รองประธานโครงการปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ ทำหน้าที่กล่าวเปิดงาน พร้อมเชิญตัวแทนจากกระทรวงทรัพยกรธรรมชาติ องค์กรภาคี เครือข่ายพันธมิตร กล่าวถึงความร่วมมือและพันธกิจในการสร้างรมณียสถานให้เกิดขึ้น

ในวาระพิเศษนี้ ทางโครงการยังได้อาราธนาพระอาจารย์ชยสาโร ที่ปรึกษาโครงการ ได้มาแสดงปาฐกถาธรรมท่ามกลางลูกศิษย์และผู้สนใจจำนวนมาก โดยมีใจความของการแสดงปาฐกถาธรรมตอนหนึ่งว่า…”

    “…กรุงเทพฯ เป็นเมืองรกด้วยตึก อาตมามีทฤษฎีอย่างหนึ่ง เราแยกกันได้ระหว่าง Big City กับ Great City  ลอนดอนเป็น  Great City ปารีสเป็น  Great City นิวยอร์คเป็น Great City เพราะอะไร ไม่ใช่เพราะตึกสูง ทุกวันนี้ ลอนดอน ปารีส ตึกสูงน้อยกว่ากรุงเทพฯ  Great City ต่างกับ Big City ตรงไหน อยู่ที่ต้นไม้ อยู่ที่พาร์ค เราไปลอนดอน เราไปรีเจนท์พาร์ค ไฮด์พาร์ค มันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองทีเดียว ทำให้รู้สึกว่านี่คือ Great City  ไม่ใช่เพราะสิ่งก่อสร้าง ถ้าเปิดกูเกิลแมพดูลอนดอน จะเห็นว่าเขียวมาก ในลอนดอนสามารถเดินทั้งวัน เดิน 20-30 กิโลฯโดยตัวอยู่ใต้ต้นไม้ตลอด อันนี้คือคนอังกฤษให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ทำไมในเมืองของเรา ทั้ง ๆ ที่ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่มีความผูกพันกับต้นไม้มากที่สุด พระพุทธองค์ประสูติที่ไหน ประสูติใต้ต้นไม้ พระพุทธเจ้าตรัสรู้ที่ไหน ตรัสรู้ใต้ต้นไม้ พระพุทธเจ้าปรินิพพานที่ไหน ใต้ต้นไม้ พระอรหันต์ สาวก ส่วนมากปฏิบัติที่ไหน บรรลุที่ไหน อยู่ในป่า อยู่กับธรรมชาติ ฉะนั้นในเมื่อเราเป็นเมืองพุทธ แล้วมีความผูกพันและเห็นบุญคุณของต้นไม้ ซึ่งขณะนี้เราละเลยเหลือเกิน…”       

นอกจากการได้มาร่วมทำบุญและสร้างจิตสำนึกให้เห็นถึงคุณค่าธรรมชาติ ยังมีกิจกรรม ‘เดินออกกำลังใจ’ ร่วมกับพระอาจารย์ทั้งสองท่านด้วย  การเดินออกกำลังใจ เป็นการเดินอย่างมีสติ เดินด้วยความสงบ เดินน้อมใจอยู่กับปัจจุบัน เดินโดยไม่ปล่อยใจลอย พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ท่านได้ให้แนะนำในการเดินอย่างมีสติว่า… ในการเดินถ้าใจลอย มันก็จะลอยของมันเอง แต่เราจะไม่ไปหาเรื่องส่งจิตออกนอกให้มันลอย ซึ่งส่วนใหญ่ถ้าไม่ลอยไปอดีต ก็ลอยไปอนาคต เดินให้ใจอยู่กับปัจจุบัน หมายความใจอยู่กับเนื้อกับตัว ใจเรารับรู้ถึงทุกสัมผัสที่ก้าวเดิน โดยที่ไม่ต้องเอาใจไปเพ่งที่เท้าหรือลมหายใจ ให้เอาใจอยู่กับเนื้อกับตัว จะรับรู้ถึงการเคลื่อน การขยับของร่างกาย  ถ้าฝึกใหม่ ๆ ความคิดก็จะฟุ้ง ให้เรามีสติรู้ตัวแล้วก็กลับมา อยู่กับเนื้อกับตัว อยู่กับปัจจุบัน พระอาจารย์ไพศาล ยังได้พูดถึงเรื่องความสงบที่ตัวเราเองสร้างได้ จากการเดินออกกำลังใจ เป็นการเดินเจริญสติ คือการเดินอย่างมีสติ โดยท่านได้แนะนำวิธีเดินสร้างสมาธิ “เดินแบบเก็บแขน  กุมไว้ข้างหน้า หรือไพร่ไปข้างหลัง จะช่วยทำให้ใจไม่ลอยไปไกลง่าย ๆ  คล้ายการเดินจงกรม เก็บแขน สำรวม ทอดสายตาไปที่พื้นพอประมาณ เดินด้วยความสงบ ไม่พูดไม่คุย  เมื่อเรารู้จักสร้างสติให้เกิดขึ้น ใช้สติในการเคลื่อนไหว ใจก็จะอยู่กับความสงบภายใน ไม่ใช่เป็นความสงบที่เราต้องแสวงหาอย่างเดียว แต่เป็นความสงบที่เราสามารถสร้างขึ้นได้ และตรงนั้นเราจะพบกับความร่มเย็นในใจ แม้ข้างนอกจะว้าวุ่น แม้ข้างนอกจะร้อนรุ่ม แต่ข้างในก็ร่มรื่นด้วย ถ้าเรามีสติรักษาใจ ”  

ของที่ระลึก

 การมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ นอกจากได้ฟังธรรม ได้ร่วมเดินสร้างสติ เพื่อสร้างความสงบในใจด้วยตนเอง ผู้ร่วมงานยังได้รับของที่ระลึก เป็นซองบรรจุเมล็ดพันธุ์ผักออร์แกนิก จากสวนพันพรรณ ของคุณโจน จันใด พร้อมทั้งกรมป่าไม้ ยังได้นำแจกต้นไม้ที่มีดอกสีเหลือง 7 ชนิด คือ ดาวเรือง ทองอุไร ชบา มะฮอกกานี ยางนา กฤษณา และมะไฟ จากกรมป่าไม้ นำมาแจกให้กับผู้ร่วมงาน เพื่อให้ผู้มาร่วมงานได้นำกลับไปปลูก สร้างพื้นที่รมณีย์ด้วยตนเองอีกด้วย

 เป็นความรู้สึกปริ่มและเต็มอิ่มในการเข้าร่วมกิจกรรม เพราะไม่เพียงได้เรียนรู้คำว่ารมณีย์ ได้เรียนรู้วิธีสร้างความสงบภายใน โดยที่ไม่ต้องวิ่งไปแสวงหาจากที่ใด เพราทุกคนสามารถสร้างให้เกิดขึ้นในจิตใจได้ ที่สำคัญเป็นการกระตุกเตือนให้เราได้หันมาตระหนักถึงคุณค่าของธรรมชาติ นึกถึงคุณค่าของต้นไม้อีกครั้ง จากที่เราอาจจะละเลยและหลงลืมการให้ความสำคัญธรรมชาติไปอย่างเท่าที่ควรจะเป็น