เสือโคร่ง ตัวผู้เติบโตเต็มวัย อายุราว 5 ปี ถูกยิงตายในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในพื้นที่ของประเทศพม่า  

หมู่บ้านแห่งนั้นอยู่ไม่ไกลจากชายแดนประเทศไทยนัก คนในป่า ห้วยขาแข้ง โดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่ ในสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ รู้จักเสือโคร่งตัวนี้ดีมันเคยถูกถ่ายโดยกล้องดักถ่ายภาพมันเป็นตัวละครในปากทำให้หลายคนที่เห็น

มันมีพี่น้องอีกสองตัว แม่ของมันถูกจับสวมปลอกคอติดเครื่องส่งสัญญาณวิทยุ หลังจากอยู่กับแม่สองปี มันต้องแยกจากแม่ นี่คือช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดของเสือ

ป่าอันกว้างใหญ่ไพศาล ในสายตาของคน หรือ เมื่อคนเข้าไปอยู่ในนั้น ไม่กว้างเลย สำหรับ สัตว์ป่า ทุกพื้นที่ มีเจ้าของ ซึ่ง เข้มแข็งครอบครอง

เสือที่เพิ่งแยกจากแม่ แม้ว่ามันจะได้เรียนรู้ทักษะการดำเนินชีวิตมาพอสมควรแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันยังไม่แข็งแรงและแกร่งพอที่จะเบียดเจ้าถิ่นเดิมออกไป เป็นเวลาที่ต้องไปอยู่ในที่ทุรกันดาร ไม่มีเหยื่อ บางตัวเสี่ยงเข้าไปพบกับเจ้าถิ่นซึ่ง เข้มแข็งกว่า นั่นหมายถึงต้องรับบทเรียนด้วยชีวิต

นักวิจัย พบว่า ราว 34% ของลูกเสือ จะจบชีวิตลงในช่วงเวลานี้

เป็นเสือภูเขาแล้วยาก ข้อความนี้คือความจริง

เสือดาวและเสือโคร่ง อยู่ในพื้นที่เดียวกันได้ เหตุผลเพราะ เหยื่อพวกมันต่างกัน เสือโคร่งล่า ขนาดใหญ่อย่างกระทิง, วัวแดง เสือดาวล่า ที่มีขนาดย่อมลงมา

เสือตัวหนึ่ง เดินแสวงหาพื้นทีซึ่งอยู่ไกลจากที่มันเกิด ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ นี่คือวิถีของมัน สัตว์ป่าไม่มีพรมแดน เส้นแบ่งเขตประเทศเกิดขึ้นเพราะคนกำหนด

ว่ากันว่าเสือตัวนี้ เข้าโจมตีคนจนบาดเจ็บ โทษของมันคือ ประหารชีวิต

ซากไร้วิญญาณของมัน ถูกเรียกว่า เสือยักษ์ เพราะรูปร่างใหญ่โต ล่ำสัน คนถือปืน รายล้อมซาก สีหน้าภาคภูมิใจที่พิชิตเสือยักษ์ได้ หลายคนเห็นภาพ รู้สึกโศกเศร้า บางคนเสียน้ำตาขณะคนจำนวนไม่น้อยคิดว่า

” ดูตีนมันสิครับ ขนาดนั้นน่ะ ตบทีเดียวก็ไม่รอด”


กว่าจะพบจุดจบเสือโคร่งตัวนี้ ไปได้ไกล แต่สัตว์ป่าอีกมากมายไม่มีทักษะเช่นนี้หรอก พวกมันไปไม่ได้ไกล เพราะป่าถูกล้อมรอบด้วยพื้นทีทำการเกษตร ด้วยเมือง รวมทั้งชุมชน สัตว์ป่าที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้ ต่างกำลังพบกับปัญหาเดียวกัน คือ แหล่งอาศัยลดลง ที่เหลืออยู่ก็มีสภาพไม่ต่างอะไร กับ เกาะ แก่ง กลางทะเล

วิถีชีวิตที่ต้องเดินทางไปยังแหล่งอาหารตามฤดูกาลจบลง เพราะเส้นทางโดนตัดขาด หลายชนิด เลี่ยงไม่พ้นกับการผสมแบบเลือดชิด หลายชนิดยังถูกล่า เพราะซากมีคุณค่า ตามความเชื่อ ที่ฉลาดๆ แบบช้าง ซึ่งพยายามหาทางเดินไป ตามเส้นทางเดิม ผ่านพื้นที่ทำการเกษตร  ผลิตผล เสียหายก็ เลี่ยงการปะทะกับคนไม่พ้น เป็นความขัดแย้งอันเปรียบเสมือนสงคราม ระหว่างสัตว์ป่ากับคนที่นับวัน จะรุนแรง

เพื่อ ชีวิตที่ดีขึ้น ของเหล่าสัตว์ป่า

ป่า ซึ่งถูกตัดขาดมีหนทางแก้ไข การสร้าง “ทางเชื่อม” ผืนป่าให้สัตว์ป่าสามารถเดินทาง จากป่าหนึ่งสู่ป่าอีกแห่งคือหนทางหนึ่ง แน่นอนนี่ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แม้ว่าจะเป็นการ แก้ไข ปัญหาที่ สัตว์ป่ากำลังเผชิญอย่างได้ผล . สิ่งที่ง่าย และ ทำได้ทันที คือ เรา สร้าง “ทางเชื่อม” ในใจขึ้นมา

เพื่อ  “เชื่อม”  สัตว์ป่ากับคน ยอมรับและเข้าใจว่า โลกเดินทางมาถึงวันที่เราจำต้องแบ่ง พื้นที่อาศัยให้ชีวิตอื่นซึ่งไม่ได้อยู่ในรูปทรงของมนุษย์ด้วยแล้ว

ความตาย ของ เสือโคร่ง ตัวหนึ่งที่พยายามดิ้นรนเพื่อใช้วิถีชีวิตอย่างที่เคยเป็นมา บอกให้รู้ว่า

” ทางเชื่อม” อาจ เกิดขึ้นได้ เพียงแค่ในความฝัน ……

– ปริญญากร  วรวรรณ –