กลางฤดูแล้ง

ผมใช้เวลา เกือบทั้งเดือนอยู่ในป่า เพื่อเฝ้ารอ สัตว์ป่าตัวหนึ่ง ในแหล่งอาหาร ที่คาดว่า สัตว์ ตัวนี้จะมา

การเดินทางไปที่นี่ นอกจากใช้พาหนะโดยรถยนต์แล้ว  ต้องเดินจากระดับความสูงราว 900 เมตร จากระดับน้ำทะเลลงไปถึงหุบ ซึ่งมีแม่น้ำสายใหญ่  จากนั้นใช้เรือหางยาวแล่นทวนสายน้ำขึ้นไปอีก 40 นาที  ขนสัมภาระลงจากเรือ เดินไต่ขึ้นเขาชันๆ อีก 3 ชั่วโมง จึงถึงริมลำห้วยสายเล็กๆ ที่พอจะพักแรมได้ ลำห้วยมีเพียงน้ำไหลรินๆ และแอ่งน้ำเล็กๆ นอกนั้นคือ แนวหิน ระเกะระกะ

“เดินตามด่านนี้ สัก ชั่วโมง มีแอ่งน้ำ ใหญ่ๆ ครับ แต่ มันใกล้ โป่ง”

การเข้าไป พักอยู่ใกล้แหล่งน้ำ ซึ่งในฤดูนี้เหลือไม่มาก สัตว์ป่า จำเป็นต้องมาใช้ คือเรื่องไม่สมควร

สิงขร เจ้าหน้าที่จากหน่วยพิทักษ์ป่าแนะนำ เขามีสัญชาติไทย เชื้อชาติกระเหรี่ยง  มีความคล่องตัว รวมทั้ ทักษะการใช้ชีวิตในป่าสูง

“แอ่งนี้ คงอยู่ได้สัก 5-6 วัน น้ำก็หมด จากนั้นต้องขุดแหละครับ” เขาพูดยิ้มๆ 

“ถ้าโชคดีฝนตก ก็มีน้ำเพิ่มใช้ได้อีกหลายวัน”

เราช่วยกัน กางฟลายชีททั้งบริเวนที่เก็บเสบียง และเหนือกองไฟ สภาพอากาศ ร้อนอบอ้าว ใบไม้แห้งกรอบ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสเกิดพายุฝน

สองสัปดาห์ผ่านไป ไม่มีวี่แววของฝน รวมทั้งสัตว์ ตัวที่ผมตั้งใจมาหา ทุกวันผมกลับถึงแคมป์ ราวสองทุ่ม คืนข้างแรม ดาวส่องประกายระยับ น้ำแห้งไปจากแอ่งเล็กๆ นั่นแล้ว สิงขร ขุดพื้นทรายเป็นหลุมมีน้ำซึมพอต้มดื่มและหุงข้าว ผมใช้น้ำ สองถ้วยกาแฟล้างหน้า

เสบียงส่วนใหญ่ เป็นกุนเชียง สิงขร ตำน้ำพริก ปลาแห้งเผ็ด ขนาดใช้แค่ครึ่งช้อนชา กินกับข้าวได้ทั้งจาน เรากินข้าวข้างกองไฟ สายลมพัดอ่อนๆ ผมเอียงหน้าหลบควัน มองสิงขรที่กำลังหัวเราะเบาๆ

“ขำอะไร” ผมถาม อยู่ในป่าเราไม่มีเรื่องคุยกันนักหรอก

“ขำพี่นั่นแหละ” สิงขร พูดเบาๆ

“มีใครรู้ บ้างไหมว่า มาลำบากแบบนี้” 

ผมยิ้มๆ ไม่ตอบคำถาม  เพราะรู้ว่าเขาถามเล่นๆไม่ได้ต้องการคำตอบจริงจังอะไร สิ่งเหล่านี้ คือความคุ้นชิน มันคือส่วนประกอบของงานที่ทำอยู่ หรือหาก จะเรียกว่า เป็นความยากลำบาก บนหนทางที่เลือกเหล่านี้ คือสิ่งที่ต้องยอมรับ และไม่จำเป็นต้องบอกให้ใครรู้

สิงขร ขึ้นเปลนอน  ผมยังนั่งมองเปลวไฟร่ายรำ ฟังเสียงลูกไฟปะทุ นานๆ เก้งส่งเสียง สลับเสียงกวาง มองผ่านแนวใบไม้ ความระยิบระยับ ของดาวมหาศาล ปรากฏชัด

ผมนึกถึงประโยคที่เพื่อนชาวแคนาดาคนหนึ่งพูด เขาเป็นผู้ช่วยนักวิจัย เข้ามาทำงานกับทีม ศึกษาเรื่องเสือโคร่ง เราทำงานร่วมกันหลายเดือน เขาบอกผมว่า ดาวมหาศาล บนฟ้านั่น น้อยกว่าความคิดถึงที่เขามี หญิงสาวของเขาอยู่ที่รัสเซีย หลังแยกย้าย ผมไม่ได้เจอเขาอีก เขาไปทำงานแถบอลาสก้า และพบอุบัติเหตุ โดนหมีโจมตี เสียชีวิต

ก่อนขึ้นเปล ผม ดึงฟืนออกจากกองไฟ 

ป่า ที่รายล้อมดูกว้างใหญ่ ผมปลดสายฟลายชีท ท้องฟ้าสวยงามเกินกว่าจะให้ผ้ายาง บดบัง

ป่า กว้างใหญ่   ดูเหมือน จะทำให้ใกล้ กับที่ๆผมจากมายิ่งขึ้น

ในโป่งที่ผมเฝ้ารอ สัตว์ป่ามักออกมา หลัง 18 นาฬิกา เป็นเรื่องปกติ พวกมันหากินช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ลับสันเขาไปแล้ว  ดวงตาพวกมันได้รับการออกแบบมาให้มองเห็นชัดเจนในความมืด ในแสงสลัว ผมไม่ใช้  ISO  สูง เพื่อให้ได้ความเร็วชัตเตอร์เพิ่มขึ้น พยายามบันทึกภาพ อย่างที่ตาเห็น

หมาใน เป็นนักล่าที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมาก

ผมเชื่อว่าความ “คมชัด”  ของภาพมีความหมายน้อยกว่า การบันทึกภาพให้เห็นถึงความเป็นไป “จริงๆ”  ของเหล่าสัตว์ป่า


กวางตัวผู้โตเต็มวัย ขณะออกมาที่โล่ง มันจะระมัดระวังอย่างสูง

สำหรับผม สิ่งที่อาจเรียกได้ว่าเป็นความสำเร็จของงาน ภาพสัตว์ป่า

คือ คนเห็นสัตว์ป่า อย่างที่พวกมันเป็น

และ เกิด ความ “คมชัด”  ขึ้น ในหัวใจ …..

– ปริญญากร  วรวรรณ –