เชื่อไหมคะว่าเรื่องของ “กลิ่น” นั้น มนุษย์อย่างเราให้ความสำคัญเป็นอันดับสองรองจากประสาทสัมผัสทางตาเลยทีเดียว ทั้งนี้อาจเป็นเรื่องสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์ที่ติดค้างมาแต่อดีตที่การมองเห็นสิ่งอันตราย ทำให้รักษาชีวิตไว้ได้ รองลงมาคือการได้กลิ่นที่ช่วยแยกแยะว่าอะไรดีอะไรไม่ดี ต่อมาจึงพัฒนาการมาเป็นรสนิยมทางกลิ่นที่ช่วยให้การใช้ชีวิตรื่นรมย์มากขึ้นทั้งกับเนื้อหนังมังสา เสื้อผ้าตลอดจนบ้านที่อยู่อาศัย

 

วันนี้เรามีเคล็ดลับการสร้างสรรค์กลิ่นแสนหอมให้กับบ้านของทุกๆ คน ลองดูกันนะคะว่าชอบวิธีไหน แต่รับประกันว่า “เวิร์ค” ทุกวิธี

 

 

1. สร้างกลิ่นหอมจากก้นครัว วิธีนี้แนะนำให้ใช้กับบ้านหรือคอนโดฯ ที่มีครัวอยู่ในบ้านหรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่าครัวฝรั่ง นำกระทะใบน้อยๆ (ไม่แนะนำให้ใช้กระทะใบบัวแบบที่หุงข้าวเวลามีงานวัดนะคะ มันใหญ่เกินไป) หรือหม้อใบน่ารักๆ เติมน้ำลงไป พอร้อนแล้ววางฝานมะนาวหรือซีทรัสลงไปทั้งเปลือกกับสมุนไพรหอมๆ อย่างลาเวนเดอร์ ใบมิ้นต์ ลงไป ความร้อนจะทำให้น้ำมันหอมระเหยลอยฟุ้งหอมอวลสดชื่นทั่วบ้านอย่างเป็นธรรมชาติ หลักการนี้อาจปรับเปลี่ยนไปได้หากคุณเป็นสาย “บริโภคนิยม” ลองอบคุ้กกี้ช็อคโกแลตดูนะคะ กลิ่นที่ได้จะเย้ายวนทั้งจมูกและปากอย่างมากเลย แต่อย่างหลังต้องไม่เกรงใจประดิษฐกรรมแสนปวดใจอย่างตาชั่งนะคะ

 

2. หยดน้ำมันหอมระเหยบนท่อนไม้หรือลูกสนแห้ง วิธีนี้นอกจากจะทำให้ห้องหอมแล้ว เรายังแนะนำให้คุณจัดลูกสนแห้งในตะกร้าสวยๆ หาโบว์มาผูกเข้าสักนิด ก็กลายเป็นของแต่งบ้านที่ให้ความหอมไปในคราวเดียว

 

 

3. สเปรย์ห้องด้วยน้ำมันหอมระเหย ถ้าเบื่อกับกลิ่นเคมีฉุนแสบจมูกในขวดอลูมิเนียม ลองวิธีของเรานะคะ ก่อนอื่นคือหากระบอกสเปรย์มาหนึ่งอัน เติมน้ำเข้าไปแล้วหยดน้ำมันหอมระเหยสักสี่ห้าหยด ง่ายๆ แค่นี้คุณก็สามารถสเปรย์ไปในอากาศหรือ เฟอร์นิเจอร์ผ้าก็ได้

4. ดอกไม้ในสวน ดอกไม้ในบ้าน ถ้าบ้านมีพื้นที่ หาไม้หอมๆ มาปลูกในสวนของคุณ ศึกษาว่าเขาออกดอกและให้กลิ่นหอมช่วงไหน เช่น ออกดอกทั้งปีแต่ไม่ตลอดอย่างต้นแก้ว หรือให้กลิ่นหอมเฉพาะกลางคืนอย่างราตรี ในช่วงที่ดอกแก้วออกดอก เราจะค่อยๆ บรรจงตัดช่อดอกแก้วมาใส่ขวดแก้วใบน้อยในบ้าน สร้างกลิ่นหอมหวานชื่นใจไปทั้งวัน หรือจะใช้ดอกไม้มีกลิ่นหอมมาจัดแจกันก็ได้ อย่างลิลลี่ ดอกไม้ยอดนิยมที่ทั้งสวยทั้งหอม หรือปลูกไม้กระถางอย่างต้นโรสแมรี่ไว้ส่งกลิ่นหอมบริเวณระเบียงหรือหน้าต่างก็ได้ การเลือกไม้ดอกไม้ประดับที่มีกลิ่นเฉพาะตัว ช่วยทั้งฟอกอากาศ ให้ทั้งกลิ่น ให้ทั้งความสบายตา

 

5. อบอวลด้วยกลิ่นบุหงา ความหอมมีเสน่ห์อย่างไทย เป็นการใช้ดอกไม้ไทย ๆ อย่างจำปี ราตรี มะลิ กุหลาบ เลือกหลากสีผสมกัน นำมาผ่านกรรมวิธีทำให้แห้งสนิท ใส่ภาชนะที่มีฝาปิด หยดด้วยน้ำปรุง หรือมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบ ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 2 สัปดาห์ ให้เวลาดอกไม้แห้งดูดซับกลิ่น  ทีนี้ก็หาภาชนะสวย ๆ อย่างขวดโหล ถ้วยแก้ว หรือจะใช้เป็นถุงผ้าโปร่งใส่ทำเป็นถุงหอม แล้วนำไปวางข้างโต๊ะหัวเตียง  วางไว้ตามมุมต่าง ๆ แต่ถ้าใครอยากทางลัดกว่านั้น มีบุหงาแห้งกลิ่นต่าง ๆ ขายเป็นขีดให้เลือกตักกันตามความชอบใจ (อย่างนี้สาวยุคใหม่คงถนัดกว่า) สิ่งที่เราต้องทำก็คือแค่หาภาชนะสวย ๆ หรือใครที่ชื่นชอบดอกไม้ไทย ๆ การใช้พวงมาลัยดอกมะลิสวย ๆ หอม ๆ มาวางในตำแหน่งที่เหมาะ ๆ   ก็จะเก๋ไก๋ในสไตล์ออเจ้าไปอีกแบบ (เอ่ยถึงดอกไม้แบบไทย ๆ ถึงตรงนี้มีข่าวดีมาแจ้ง !!! ใครสนใจเวิร์คช็อปจัดดอกไม้ช่วงสงกรานต์ ไม่ว่าจะเป็น สรงน้ำพระในช่วงสงกรานต์, จัดดอกไม้รดน้ำผู้ใหญ่ ฯลฯ ติดตามความเคลื่อนไหวทาง Prop-a-lot.com ไว้ให้ดีจะมีเปิดเวิร์คช็อป…ฟรี เร็ว ๆ นี้)

 

กลิ่นหอมที่เลือก ไม่เพียงแต่มีผลต่ออารมณ์ และช่วยสร้างบรรยากาศความหอม  ยังช่วยดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ของพื้นที่ไปในตัว  แต่จะดีกว่าคือการขจัดเอาพวกกลิ่นอับเดิมออกไปให้หมดก่อน อาจจะเปิดประตู หน้าต่าง ให้แสงแดดส่องเข้ามา เพื่อให้ได้บรรยากาศสะอาดที่เราจะสูดกลิ่นหอมได้อย่างสบายใจ  และอย่าลืมที่จะจัดระเบียบ จัดมุม จัดห้องให้ไม่รกรุกรัง เสื้อผ้าไม่กองหมักหมม ไม่ปล่อยขยะเต็มถัง จานชามค้างซิงค์ วางแก้วกาแฟเกรอะกรัง เพราะถ้าแบบนี้แล้ว ความหอมกลิ่นไหน ก็ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศห้องดูดีขึ้นมาแต่อย่างใด