Executive Profile

BILLION P. LAI (ภีร์ ไล)

Chief Executive Officer, Canapaya Property Co.,Ltd.

Bill เกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่ประกอบกิจการด้านสิ่งทอ พ่อแม่ต้องการให้ลูกทุกคนเติบโตขึ้นมาเป็นประชากรของโลก (Global Citizen) เป็นคนที่มีคุณภาพ มีความสามารถในการดำเนินชีวิตและปรับตัวได้ดีในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการศึกษา การทำธุรกิจ สภาพแวดล้อมด้านการเมืองและวัฒนธรรม พี่น้องทั้ง 5 คนในครอบครัวจึงได้รับการศึกษาในต่างประเทศตั้งแต่ยังเล็กเพื่อปลูกฝังแนวคิด ทัศนคติ และมุมมองต่อชีวิตและโลกทัศน์กว้างไกลในแบบสากล
ชีวิตในต่างแดน

ปีพ.ศ. 2543 หลังจบชั้นประถม 6 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน Bill เปิดฉากชีวิตในต่างแดนทันทีเมื่อได้เข้าเรียนชั้นมัธยมต้นที่ โรงเรียนเตรียมทหารเซนต์แคธรีน เมืองอนาไฮม์ รัฐแคลิฟอร์เนียร์ (St. Catherines Military School in Anaheim , California) ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี เนื่องจากคุณพ่อมีแนวคิดว่าลูกผู้ชายทุกคนต้องมีความเข้มแข็ง และต้องมีระเบียบวินัยในชีวิตอย่างเข้มงวด ลูกชายจึงจะเติบใหญ่เป็นผู้นำธุรกิจและผู้นำครอบครัวที่ดีได้ ชีวิตวัยรุ่นตอนต้นของเขาจึงได้รับการฝึกปรือในแบบของนักเรียนทหารอเมริกัน คือมีความพร้อมด้านระเบียบวินัย รักษากฎเกณฑ์ กติกาและมารยาท มีความสามัคคี รักกลุ่มพวกพ้อง คิดและทำสิ่งใดเพื่อผู้อื่นเป็นนิจ

ชั้นมัธยมปลาย Bill เดินทางกลับมาใช้ชีวิตใกล้บ้านมากขึ้นโดยเข้าเรียนที่ United World College of South East Asia ประเทศสิงคโปร์ ด้วยค่าเล่าเรียนที่แพงลิบเป็นปัจจัยหนึ่งที่คัดกรองบรรดาทายาทนักธุรกิจรายใหญ่และทายาทมหาเศรษฐีในภูมิภาคเอเชีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้นิยมส่งลูกหลานมาเรียนที่นี่ ถือเป็นจุดก่อเกิดสายสัมพันธ์ทางธุรกิจของ New Generation ในแวดวงอุตสาหกรรมการผลิตยักษ์ใหญ่ในระดับโลก

กลุ่มเพื่อนสนิทของ Bill หนีไม่พ้นบรรดาทายาทธุรกิจพันล้านของเอเชียและอาเซียน เด็กมัธยมปลายของโรงเรียนนี้มักมีความคิดไม่ธรรมดา ปัจจัยสำคัญมาจากการที่ได้รับการหล่อหลอมกระบวนการคิดจากระบบการศึกษานานาชาติที่เน้นการเรียนรู้เพื่อสร้างทักษะความคิดอย่างเป็นระบบ มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ทั้งยังมีความชัดเจนในความคิดและบุคลิกของตัวเอง และอีกปัจจัยคือ ตลอดช่วงชีวิตที่เติบโตขึ้นมาพวกเขาต้องคลุกคลีอยู่กับการทำธุรกิจขนาดใหญ่ของครอบครัว หากเป้าหมายการเรียนรู้มิใช่เพื่อการสานต่ออาณาจักรธุรกิจของครอบครัวต่อไป สิ่งที่พวกเขาจะทำได้ก็คือการลงมือสร้างกิจการใหม่เพื่อพิสูจน์ตัวเอง และนั่นคือเป้าหมายของ Bill

ประสบการณ์ที่กลียง

ปีพ.ศ.2549 Bill กลับมาเรียนต่อระดับอุดมศึกษาในประเทศไทยโดยเลือกหลักสูตร BBA International Program คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามความต้องการของคุณพ่อที่มุ่งหวังให้ลูกชายคนโตเป็นผู้สืบทอดอาณาจักรธุรกิจสิ่งทอ เวลาผ่านไป 2 ปี เขาค้นพบตัวเองชัดเจนว่า ต้องการสร้างกิจการใหม่ที่ยิ่งใหญ่ เมื่อมีแนวคิดเช่นนี้จึงขอลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ทันที

Glion Institute of Higher Education ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นโรงเรียนการโรงแรมระดับ TOP 3 ของโลก  หลักสูตรของ Glion สอนให้มีความเป็นมืออาชีพ รับผิดชอบและตรงต่อเวลา นักเรียนทุกคนต้องเรียนรู้เข้มข้นทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ลงลึกในทุกรายละเอียดของงานบริการโรงแรมตั้งแต่งานครัว งานแม่บ้าน งานต้อนรับ งานจัดเลี้ยง ฯลฯ รวมทั้งเรียนรู้ด้านการจัดการทั้งบัญชี การตลาด และบริหารธุรกิจ

นักเรียนที่ Glion มีเป้าหมายการเรียนรู้สองกลุ่ม หนึ่งคือเป็นกลุ่มที่วางเป้าหมายการทำงานหลังเรียนจบในฐานะเป็นผู้ให้บริการ (Employee) ต้องการทำงานกับโรงแรมระดับเวิลด์คลาส ขณะที่อีกกลุ่มมีเป้าหมายในการนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการบริหารจัดการกิจการโรงแรมของตัวเอง (Owner) และ Bill อยู่ในกลุ่มหลัง
คิดใหญ่ ทำใหญ่

Bill ต้องการสร้างอะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ และเป็น Iconic โดดเด่นเพื่อแสดงตัวตนและพลังความคิดสร้างสรรค์ที่ชัดเจนของตัวเอง เขามีแนวคิดพัฒนาที่ดินผืนงามแปลงใหญ่ขนาด 12 ไร่ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณคุ้งน้ำฝั่งตรงข้ามธนาคารกสิกรไทยสำนักงานใหญ่ในปัจจุบัน ซึ่งคุณพ่อซื้อไว้เพื่อเตรียมสร้างโกดังเก็บสินค้า ขยายโรงงานสิ่งทอ หวังให้ลูกทั้งห้าคนได้อยู่ใกล้กัน ได้ทำงานด้วยกัน และสานต่อกิจการของครอบครัว

โครงการพัฒนาที่ดินริมฝั่งเจ้าพระยามูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาทในรูปแบบของ Mixed Use ใช้ชื่อว่า คณาพญา ริเวอร์ฟร้อนท์ (CANAPAYA Riverfront) ภายใต้การบริหารงานของบริษัท คณาพญา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด โดย Bill รับหน้าที่บริหารงานสูงสุดในตำแหน่ง CEO

Don’t work hard, work smart

Don’t work hard, work smart เป็นหลักคิดในการทำงานของ Bill เขาบอกว่าจุดเริ่มต้นของความสำเร็จคือการลงมือทำในสิ่งที่คิดอย่างรอบคอบที่สุด ความล้มเหลวเกิดขึ้นได้ อย่ากลัว หากมองภาพใหญ่ได้ชัดเจน จะเห็นช่องโหว่ในรายละเอียดต่างๆ ซึ่งสามารถดำเนินการวางแผนเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้นได้ทั้งหมด
ก้าวไปข้างหน้าอย่างชาญฉลาด

Bill ให้ความสำคัญในกระบวนการคิดมองภาพใหญ่ (Conceptualized) ก่อนวางแผนปฏิบัติเพื่อดำเนินการในแต่ละขั้นตอน (Process) การเริ่มต้นโครงการ Canapaya Riverfront เป็นการมองภาพใหญ่ของการพัฒนาพื้นที่กว่าสิบไร่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งลักษณะที่ดินผืนดังกล่าวถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนโดยมีคลองตามธรรมชาติคั่นกลาง
สิ่งที่ Bill มองเห็นบนพื้นที่ว่างเปล่าแปลงนี้ ไม่ใช่เพียงแค่อาคารคอนโดมิเนียมหรูระดับเวิลด์คลาสตามสไตล์ที่ Bill ชื่นชอบเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการสร้างโรงแรมและพลาซ่าระดับไฮเอนด์ควบคู่ไปด้วย Bill ไม่ได้มองกลุ่มลูกค้าเฉพาะที่เมืองไทย แต่มองไกลไปในตลาดผู้บริโภคของอาเซียนที่มีประชากรรวมกันทั้ง 10 ประเทศมากกว่า 600 ล้านคน และมีกำลังซื้อสำหรับการบริโภคสูงขึ้นทุกวัน เขาจึงมีความภูมิใจในฐานะที่เป็นนักธุรกิจหน้าใหม่อายุน้อยของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยซึ่งได้รับการเลือกจากมืออาชีพชั้นนำที่เป็นเบอร์หนึ่งของวงการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มาร่วมเป็นพันธมิตรเพื่อพัฒนาโครงการ Mixed Use ขนาดใหญ่ตามความคิดของเขา สิ่งดึงดูดความร่วมมือดังกล่าวคือ

  • Vision วิสัยทัศน์ของผู้ประกอบการ
  • Location ทำเลที่ตั้งของโครงการที่เป็นทำเลฮวงจุ้ยท้องมังกรที่ดีที่สุดบนถนนพระราม 3
  • Challenging Concept ท้าทายทุกอณูแห่งพลังสร้างสรรค์งานพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์

ทำให้กลุ่มพันธมิตรเห็นภาพความยิ่งใหญ่แบบเดียวกัน จึงร่วมพัฒนาโครงการ Canapaya Riverfront ให้เป็นเพชรเม็ดงามที่ได้รับการเจียระไนเหลี่ยมมุมโดยมืออาชีพให้ส่องประกายเจิดจรัสเป็นที่กล่าวขวัญถึงไปทั่วเอเชีย
ทั้งหมดนี้ตอบโจทย์ความคิดของ Bill ที่ต้องการ สร้างสิ่งใหม่ที่ยิ่งใหญ่มีอัตลักษณ์โดดเด่นและเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของกรุงเทพมหานคร CANAPAYA Riverfront เอกลักษณ์และความโดดเด่นระดับเวิลด์คลาส เปิดเฟสแรกมิถุนายน 2556 ด้วยอาคารที่พักอาศัยแนวสูง CANAPAYA Residence วิถีชีวิตริมแม่น้ำในสังคมคุณภาพดีที่สุดริมฝั่งเจ้าพระยา และพัฒนาเฟสสองในส่วนโรงแรมและพลาซ่าปี 2560